|
|
แต่ถ้าเปรียบเทียบราคาน้ำมันเครื่องสังเคราะห์
กับราคาน้ำมันเครื่องธรรมดาระดับน้ำมันเครื่องสูงสุด น้ำมันเครื่องสังเคราะห์
จะมีราคาสูงกว่า 2-3 เท่า ทำให้ไม่สามารถกล่าวได้อย่างเต็มที่นักว่าคุ้มกว่าการใช้น้ำมันเครื่องธรรมดาหรือไม่
นอกเสียจากข้อมูลดังต่อไปนี้ที่คนทั่วไปนำมาเป็นหลักคิดครับ
- ผู้ที่ต้องการดูแลเครื่องยนต์เป็นพิเศษ , ผู้ที่ต้องการถนอมให้เครื่องยนต์สึกหรอน้อยที่สุด
และต้องการให้รถของเรามีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ซึ่งปัจจัยนี้เป็นปัจจัยหลัก
ที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกเลย
- ผู้ที่ชอบของแพง ถ้าอยู่ในฐานะที่สามารถซื้อหาได้ โดยไม่ได้ทำให้ใครต้องเดือนร้อน
(เช่น ต้องแอบจิกเงิน ผบ.ทบ. อิอิ)
- ผู้ที่ใช้รถประมาณวันละ 100 กม.ขึ้นไป ไม่ว่าจะใช้ในเมืองหรือขับทางไกลก็ตาม
โดยสามารถยึดระยะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องจากที่กำหนดไว้ได้อีก
5,000 ถึง 10,000 กม. เพื่อชดเชยราคาที่สูงกว่า โดยไม่ต้องกังวลว่าน้ำมันเครื่องจะเสื่อมสภาพหรือไม่
จึงทำให้หมดห่วงไปได้ในเรื่องของน้ำัมันเครื่อง
การใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพต่ำแต่เปลี่ยนบ่อยดีกว่าหรือไม่?
ฟันธงได้เลยครับว่า "เป็นวิธีที่ไม่ควรปฏิบัติอย่างยิ่งครับ"
เพราะน้ำมันเครื่องคุณภาพต่ำนั้น จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอตั้งแต่แรกที่เติมแล้วครับ
เปลี่ยนไปใช้น้ำมันเครื่องที่สูงกว่า ราคาอาจสูงกว่าแต่เรื่องคุณภาพจะดีกว่ามาก
ๆ ครับ จะได้ประหยัดเงินในส่วนของค่าใช้จ่าย ในการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ไปได้อีกเยอะครับ
แต่มีข้อสำคัญนิดนะครับว่า อย่าแน่ใจจากรูปแบบการบรรจุ
และข้อความด้านข้างเท่านั้น เพราะตอนนี้มีน้ำมันของปลอมออกมาขายกันเยอะครับ
โดยไม่มีใครตั้งใจจะปราบปรามอย่างจริงจัง ทำให้ผู้บริโภคโดนเอาเปรียบอยู่เสมอมา
และไม่สามารถไปเรียกร้องกับใครได้ ให้เราคิดเสียว่าของดี ราคาถูก
ไม่มีในโลก ถึงจะแพงแต่คับด้วยคุณภาพ อย่างนี้น่าคบกว่าเยอะครับ
การเลือกซื้อน้ำมันเครื่อง
ก่อนอื่นเลยก็ต้องเลือกที่ "ยี่ห้อ"และตัวแทนที่มีมาตรฐาน
แล้วจึงค่อยเลือกระดับความหนืด และคุณภาพของน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา
เช่น น้ำมันเครื่องโดยทั่ว ๆ ไปจะมีค่าดังต่อไปนี้ครับ 10W-40
, 15W-40 , 15W-50 , 20W-50 ส่วนค่าตัวเลขในชุดหลังนั้นจะต้องไม่ต่ำกว่า
40 (ความหนืด) นะครับ ยกเว้นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ถ้าใช้รถในที่หนาวเย็นบ่อยควรเลือกเบอร์แรก
ๆ ไว้ก่อนครับ เช่น 10W-40 หรือ 15W-40 จะดีที่สุด ดูข้อมูลค่าตัวเลขได้ตามตารางข้างล่างครับ
|
 |
 |
การตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเครื่องด้วยตัวคุณเอง
ตามปกติผู้ใช้รถต้องหมั่นตรวจระดับน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ไม่ควรปล่อยให้ระดับน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับที่ต่ำจนเกินไป
ซึ่งในการตรวจระดับน้ำมันเครื่อง คุณสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้
- จอดรถอยู่ในแนวระดับราบ อุ่นเครื่องยนต์จนถึงอุณหภูมิทำงาน
- ดับเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 4-5 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลกลับมาลงอ่างแล้วจึงทำการตรวจสอบ
- น้ำมันเครื่องที่ปลายก้านวัดน้ำมันเครื่อง ควรอยู่ระหว่างขีด " F " และ " L " (ส่วนรถมอเตอร์ไซต์ก็ดูที่ตาแมวแถว ๆ บริเวณเครื่องได้ครับ )
- ถ้าน้ำมันยังไม่ได้ระดับให้เติมน้ำมันเครื่องทีละน้อย จนถึงระดับที่เหมาะสม (น้ำมันควรอยู่ระหว่างขีด " F " และ " L ")
ข้อควรระวัง
- อย่าเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป เพราะหากมีน้ำมันเครื่องมากเกินไป ข้อเหวี่ยงอาจตีไปโดน และกระเด็นเข้าสู่ห้องเผาไหม้ จนทำให้เกิดควันขาว และทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้
- ในระหว่างการตรวจเช็ค ควรระมัดระวัง เพราะอาจสัมผัสถูกท่อร่วมไอเสียขณะที่มีอุณหภูมิสูง
สุดท้ายนี้ การเลือกใช้น้ำมันเครื่องนั้น ควรใช้ปัจจัยหลาย ๆ อย่างมาเป็นตัวตัดสินใจ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการปฏิบัติตามคู่มือจะดีที่สุด ว่าควรใช้แบบไหนและอย่างไร ในคู่มือการใช้รถมีบอกเอาไว้อยู่แล้วครับ แต่ถ้าใครต้องการดูแลเครื่องยนต์ให้อยู่ทนทานและสภาพดี
และไม่ได้กังวลเรื่องราคามากนัด ก็เลือกใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพดีไปเลยครับ และสิ่งสำคัญระลึกไว้เสมอครับว่า
"ของดีราคาถูก ไม่มีอยู่ในโลกนี้ ของดีราคาแพง แต่มักจะแพงอย่างมีเหตุผลครับ"
|
| |
|